Buzz · Tech

ดราม่าที่ไม่ใช่ดราม่า! AIS 4G Max Speed คิด Data ขั้นต่ำ 1MB

AIS-4G-Advanced

ดราม่าแพ็กเกจ AIS 4G Max Speed โปรโมชั่นอินเตอร์เน็ต 4G แรงๆ ของ AIS ที่ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์อีกขั้นจาก AIS โดยโดนคิดค่าบริการ Data เหมาขั้นต่ำ 1MB!!!

ที่มาเริ่มจาก AIS ออกโปรเน็ต 4G อย่างโหด คือแพ็กเกจ “AIS 4G Max Speed” มาเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม เรียกว่าเห็นแล้วมันยั่วกิเลสพลเมืองชาวเน็ตได้อย่างจัง โปรอินเตอร์เน็ตแรงๆ อย่างนี้มันโดนใจ ทีนี้ก็แห่กันไปสมัครใช้แพ็กเกจกันสิครับ
แต่พอใช้ไปใช้มาสักพัก มีคน (คุณ Nonthanat) เริ่มสังเกตุล่ะว่า เอ! เน็ตมันหมดไว้จังแหะ เลยไปตั้งกระทู้สอบถามไว้ที่บอร์ดห้องมาบุญครองของพันทิป #Pantip

[หรือเราจะเสียค่าโง่] ถามคนที่ใช้แพคใหม่ของ AIS 4G ADVANCED การคิด data เป็นยังไงครับ และรู้สึกว่า data หมดไวรึป่าว

สรุปแล้วก็คือ มีการตรวจสอบพบว่าแพ็กเกจ AIS 4G Max Speed งุบงิบลักไก่ คิดค่าบริการเหมาขั้นต่ำเป็น 1 MB (1024KB) ทุกๆ ครั้งที่เปิดเล่นอินเตอร์เน็ต
คุณแค่อาจจะเปิดเช็กข้อความในแอป Line แค่ 1-2 วินาที ซึ่งไม่น่าจะใช้ Data เกิน 10KB ไปได้ แต่ AIS เค้าคิด 1 MB เต็มๆ นั่นแปลว่า AIS คิด Data เกินไป 100 กว่าเท่าเลยที่เดียว
แต่ไม่ใช่ว่าทุกครั้งที่เราต้องเปิด Apps ต่างๆ อย่างพวก Facebook, Instagarm, Twitter, BeeTalk, Google Map,  Mobile Banking หรือจะแอปอะไรก็ตามขึ้นมาเล่นมาใช้เท่านั้นนะครับ ถึงจะเสีย Data ให้ AIS มาคำนวณค่าใช้จ่ายการใช้อินเตอร์เน็ตของเรา มันมากกว่านั้นครับ
เนื่องจาก เพราะการนับ Data ของเขา เขาคิดต่อ 1 Connection
นั่นคือ พวก Push Notification แจ้งเตือนต่างๆ เข้ามาวันละกี่ครั้งกันล่ะครับ
มีคนไลค์เฟสนะ, มีคน Follow IG ใหม่ๆ, Line มีข้อความเข้า, Mail เข้ามาวันละกี่ฉบับ
แล้วมี App ไหนล่ะครับ ที่คุณเผลออนุญาตให้มัน Refresh แบบ RealTime บ้าง
ทุกๆ ครั้งคือ 1 Connection และทุกๆ ครั้ง คิด 1MB นะครับ
ทั้งๆ ที่ 1KB ยังไม่แน่ว่าจะถึงด้วยซ้ำไปครับ คิดเกินไป 1000 เท่าเลยนะนั่น

* สำหรับคนที่อยากตรวจสอบการใช้บริการ ก็สามารถเช็คผ่าน AIS App ได้ด้วยตัวเองเลยว่าการใช้บริการของตัวเองมีอะไรที่ผิดพลาดมั้ย? (เอ้า!! โฆษณาแอปให้ด้วย 55)

คุณฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. บอกไว้ว่า
“ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทั้ง 5 ค่าย ยืนยันว่าในการคิดค่าบริการข้อมูล หรือดาต้าผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่มีการปัดเศษ คือผู้ใช้บริการซื้อแพ็คเกจไปเท่าไหร่ก็จะสามารถใช้งานได้ตามนั้น เช่น ซื้อแพ็คเกจ 3 GB ใช้งานไป 1 MB ก็คิดตามนั้น แล้วคิดไปเรื่อยๆ เมื่อใช้งาน จนกว่าจะหมด 3 GB ซึ่งอัตราค่าบริการในระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G 2.1 GHz ในการใช้งานดาต้าต้องเป็นไปตามที่สำนักงาน กสทช. คือเฉลี่ยจะต้องไม่เกิน 28 สตางค์ต่อ 1 MB โดยทั้งนี้ หน่วยเล็กที่สุดของการคิดในด้านของเวลาคือคิดเป็นวินาที ในด้านของความจุเล็กที่สุดที่คิดคือ 1 KB”

ย้ำ!!! “หน่วยเล็กที่สุดของการคิดในด้านของเวลาคือคิดเป็นวินาที ในด้านของความจุเล็กที่สุดที่คิดคือ 1 KB

เรื่องนี้ ความสำคัญอยู่ที่คนที่จับพฤติกรรมนี้ ของ AIS ได้ คือ “ผู้บริโภค” ซึ่งก็คือลูกค้าของ AIS นั่นเอง

(อัพเดท!!) เมื่อเรื่องแดงฉาวโฉ่ขึ้นมา AIS จึงออกมายอมรับว่าเกิดปัญหาในการคำนวณค่าบริการจริง เหตุมาจากการอัพเกรดซอฟต์แวร์ใหม่ นี่คือคำชี้แจงของ AIS ครับ

“สำหรับเรื่องการคิดค่าบริการที่ ไม่ตรงกับการใช้งาน AIS ได้รับทราบปัญหาและรีบตรวจสอบหาสาเหตุ ซึ่งพบว่า เกิดจากระบบการคิดคำนวณที่ไม่สมบูรณ์. หลังจากการอัพเกรดซอพท์แวร์ระบบใหม่ โดยมีผลกระทบกับลูกค้าบางส่วน และบางโปรโมชั่นเท่านั้น ที่มีคำนวณการใช้งาน Internet เป็น MB

ทั้งนี้ AIS จะดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จโดยด่วน และทำการปรับปรุงยอดค่าใช้บริการให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด

และใคร่ขอขอบพระลูกค้าทุกท่านที่แจ้งเรื่องเข้ามาและไว้วางใจให้เราดูแล เราสัญญาว่าจะส่งมอบบริการที่ดีทึ่สุดให้ลูกค้าตลอดไป”

(และ อัพเดท!! ล่าสุด) ตอนนี้ทาง AIS ก็ได้เปลี่ยนวิธีคำนวนค่าเนตมาเริ่มขั้นต่ำที่ 22KB แล้ว

แต่ก็ต้องย้ำว่า “แม้ AIS จะเปลี่ยนจากคิดเน็ตครั้งละ 1 MB มาเหลือ 22KB แต่ก็ยังทำผิดกฏของ กสทช. อยู่ดี
เพราะ กสทช. กำหนด ให้ขั้นต่ำ คือ 1 KB ครับ

ส่วน กสทช. จะมีความเห็นหรือมาตรการเอาผิดอย่างไรกับกรณีนี้บ้าง ยังเงียบเชียบไร้เสียงตอบ ทั้งๆ ที่ควรจะต้องรีบตรวจสอบอย่างเร่งด่วน เพราะประชาชนมากมายเสียประโยชน์ รวมถึงพวกกฏเกณฑ์เน็ตขั้นต่ำ 1MB-โทรขั้นต่ำ 1 นาทีอื่นๆ ซึ่งจะว่าไปบรรดาพวกเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อนใช้กันอยู่ ถือว่าเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างชัดเจนที่สุด!! ก่อนที่จะไปจัดการเรื่อง “โปรลับ” ของค่ายมือถือต่างๆ ที่เป็นดราม่าไปก่อนหน้านี้เสียอีกครับ

และคงต้องรอดูกันต่อไปว่า AIS จะดำเนินการแก้ไข/ชดเชยให้ลูกค้าของตัวเองที่กำลังรู้สึกว่าโดน “ปล้น” กันอย่างไร หรือจะปล่อยไปเรื่อยๆ หวังให้เรื่องเงียบไปเอง จนกว่าจะมีผู้บริโภคสักคนลุกขึ้นมาฟ้องร้อง หรือหลายๆ คนรวมตัวกันเรียกร้องค่าชดเชยกันบ้าง ถึงจะออกมาแก้เกมกันต่อไปอีกครั้งนึง

สุดท้าย “เครือข่ายผู้บริโภค” อย่างเราๆ ท่านๆ นี่แหล่ะคงต้องช่วยกันสอดส่องตรวจสอบกันให้เข้มแข็งมากขึ้น เพราะดูเหมือนว่ารัฐหรือฝ่ายที่มีหน้าที่กำกับดูแลมักจะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของเอกชนอยู่เสมอๆ

นี่อาจเป็น “Customer Fights Back” อีกครั้งหนึ่ง จึงไม่ใช่แค่ “ดราม่า” ธรรมดาๆ แน่นอน.

ที่มา : Pantip

Advertisements